วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557

WEB รวบรมผลงานของเรา

 http://littledeaw.wix.com/littledeaw

เว็ปนี้ได้รวบรวมผลงานของออกแบบของ  Littledeaw ไว้ค่ะ ดูง่ายและสะดวกกว่าเดิมค่ะ

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สีดำ

 

       ต่างคนต่างนิยามความหมายของสีดำตามความเชื่อต่างๆกันไป  จนบางครั้งการนำสีดำมาใช้ในงานตกแต่งภายใน อาจทำให้บางคนรู้สึกกลัวและเป็นกังวลกับความหมายของสีที่เป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อไปในแง่ของความน่ากลัว   จึงทำให้สีโทนดำไม่ค่อยถูกนำมาใช้กับบ้านพักอาศัยมากนัก โดยเฉพาะในบ้านเรา ที่เชื่อว่า สีดำ เป็นสีแห่งความเศร้า ความหม่นหมอง ความชั่วร้าย  แต่เรามักจะเห็นสีดำถูกใช้กับงาน Commercial  เป็นส่วนมาก ยกตัวอย่างเช่น  I STUDIO , SHOP  PRADA , MAC หรือ CHANEL เป็นต้น  ล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ระดับโลกทั้งสิ้น  เพราะสีดำให้ความรู้สึกสง่างาม โดดเด่น มั่นคง เขร่งขรึม มีพลัง และดูมีรสนิยม

 Prada Shop

Shanel Shop

 Mac Shop

I Studio
             ในการออกแบบตกแต่งภายในบ้านพักอาศัยโทนสีดำ  อาจยากที่จะทำใจรับได้สำหรับบางคน เพราะติดความหมายในทางลบๆ ของมัน  แต่ลองเปิดใจมองแง่ดีของสีดำที่มีอยู่ไม่ใช่น้อย ดังนี้

1. สีดำช่วยเสริมให้ห้องนั้นๆดูสง่างาม มีพลัง ยิ่งมีส่วนประกอบของวัสดุมันวาวด้วยแล้วยิ่งเสริมให้ดูหรูหรา อลังการขึ้นมาทีเดียว

design by David Hick
2. สีโทนดำ ไม่สกปรกง่าย บางบ้านอาจมีปัญหารอยคราบสกปรกเช่น คราบมือ คราบฝุ่น บนผนังขาวซึ่งเห็นได้ง่าย แต่ผนังที่ใช้สีโทนดำจะช่วยให้ผนังนั้นคงความใหม่ได้นานกว่า


3. สีดำแสดงถึงความมั่นใจและมีรสนิยมของเจ้าของบ้าน ที่จะถ่ายทอดความเป็นตัวตนสร้างความโดดเด่นให้บ้านตัวเอง  ความกล้าที่จะใช้สีดำตกแต่งภายในบ้าน เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่ไม่ยึดติดกับกรอบความเชื่อเดิมๆ

design by David Hick
design by David Hick
        อย่างไรก็ตาม การใช้สีดำในการออกแบบตกแต่งภายในก็ควรอยู่ที่ความเหมาะสมตามวัตถุประสงค์การใช้งานในแต่ละพื้นที่และความพึงพอใจของบุคคล  และก็ควรมีสัดส่วนที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องโทนสีที่เข้ากันและพื้นผิววัสดุ โดยเมื่อภาพรวมออกมาแล้วดูงดงามลงตัว 


เขียนโดย : Littledeaw

มัณฑนากร

           มัณฑนากร หรือนักออกแบบตกแต่งภายใน เป็นวิชาชีพที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ การออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และรสนิยม ในการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ วัสดุตกแต่ง ที่มีคุณภาพ และเหมาะสมตรงกับความต้องการของลูกค้า เพื่อตอบสนองประโยชน์ใช้สอยสูงสุดของผู้ใช้งาน จากลักษณะงานดังที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า ลักษณะงานของมัณฑนากรจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับงานของสถาปนิก ทำให้ในบางครั้งสถาปนิกก็อาจสามารถจัดเตรียมพื้นที่หรือออกแบบตกแต่งภายในเบื้องต้นได้เช่นกัน แต่แน่นอนว่า ประสบการณ์ ความชำนาญ และรสนิยม ก็คงทำได้ไม่ดีเท่ากับมัณฑนากรซึ่งศึกษาเฉพาะทางมากกว่า 

Design by Littledeaw

         ในเรื่องของกระบวนการในการทำงานของมัณฑนากร สำหรับอาคารที่มีขนาดใหญ่หรือมีพื้นที่ใช้สอยซึ่งมีข้อจำกัดสูง มัณฑนากรมักจะเริ่มต้นเข้าไปทำงานร่วมกับทั้งสถาปนิกและวิศวกรตั้งแต่ขั้นตอนของการทำแบบร่างของอาคาร เพราะจำเป็นต้องมีการเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ การทำเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน การเตรียมพื้นที่สำหรับงานระบบไฟฟ้า ระบบสุขาภิบาล และระบบปรับอากาศ แต่บ่อยครั้งที่ มัณฑนากรอาจไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในขั้นตอนของการออกแบบตั้งแต่ต้น ก็จะทำให้การทำงานของมัณฑนากรเกิดข้อจำกัดและมีความลำบากเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสถาปนิกหรือวิศวกรอาจไม่ได้เตรียมพื้นที่สำหรับการทำงานหรือการติดตั้งเอาไว้นั่นเอง



ถ้าคุณมีความประสงค์จะว่าจ้างมัณฑนากรมาทำการออกแบบตกแต่งภายใน คุณควรจะต้องทำอย่างไร
  1. หากอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นการออกแบบอาคาร ควรแจ้งให้สถาปนิกทราบว่าเราต้องการตกแต่งภายในด้วย เพื่อให้สถาปนิกเตรียมพร้อม และเตรียมพื้นที่ไว้ให้มัณฑนากรทำงานตั้งแต่ต้น ในกรณีที่อาคารสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเป็นการแจ้งเพื่อให้สถาปนิกรับทราบไว้ เผื่อในกรณีที่มีอุปสรรคในการดำเนินงานตกแต่งภายในที่เกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมหรืองานโครงสร้าง จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง
  2. เมื่อคุณรู้ความต้องการของตัวเองแล้วว่าคุณอยากได้ห้องสไตล์ใด คุณควรศึกษาสไตล์ความถนัดของมัณฑนากรแต่ละคนก่อน โดยสามารถดูได้จากผลงานที่ผ่านมา ว่ามีสไตล์ที่ตรงกับความต้องการของเราหรือไม่ เพราะเมื่อความต้องการของเราตรงกับสไตล์ความถนัดของมัณฑนากรก็จะทำให้สามารถพูดคุยกันได้ง่าย มัณฑนากรสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว
  3. สอบถามความต้องการของทุกคนภายในบ้าน อาจให้สมาชิกทุกคนภายในบ้านเขียนหรือจดบันทึกความต้องการของตนเอง เพื่อนำไปบอกเล่า และอธิบายรายละเอียดความต้องการของทุกคนให้มัณฑนากรเข้าใจให้ได้มากที่สุด
  4. กำหนดข้อตกลงระยะเวลาในการทำงาน เพื่อเป็นการวางกรอบระยะเวลาในการทำงาน กำหนดงบประมาณ เพื่อป้องกันไม่ให้งบบานปลาย และตกลง ต่อรองราคาค่าจ้างให้ชัดเจนก่อนเริ่มทำงาน ไม่ควรเริ่มงานก่อน เพราะอาจทำให้เกิดการโต้เถียงหรือความขัดแย้งได้ในภายหลัง ซึ่งโดยปกติแล้วค่าจ้างของมัณฑนากรจะอยู่ที่ราคาประมาณ 10% ของราคางบประมาณการตกแต่ง
  5. เมื่อตกลงทำงานและดำเนินการแล้ว ควรให้สิทธิ์ในการตัดสินใจกับมัณฑนากร ไม่ควรแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงแบบโดยพละการ ควรแจ้งให้มัณฑนากรเป็นผู้ตัดสินใจ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจทำให้การทำงานไม่ราบรื่นหรือมีผลกระทบอื่นๆ ตามมาอีกมากโดยคาดไม่ถึง
  6. การเลือกช่างฝีมือมาทำงานควรปรึกษา หรือให้สิทธิ์มัณฑนากรเป็นผู้มีส่วนร่วมในการคัดเลือก เพื่อให้ได้ช่างฝีมือที่มีความถนัด ตรงกับงานที่ได้ออกแบบไว้
  7. เมื่อเกิดปัญหาระหว่างการดำเนินการ ให้ปรึกษามัณฑนากร เพื่อช่วยตัดสินใจและทำความเข้าใจกับช่างผู้ดำเนินงาน เพื่อให้งานออกมาตรงตามความต้องการมากที่สุด